| Profil de Panagory~*★•°¤ *°•.★*~Panakory~*★ ...PhotosBlogListes | Aide |
★•°¤ *°•.★*~Panakory~*★ .•° *¤°•★..·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ 28 janvier คติชนวิทยา@เพชรบุรี 16/ธ.ค./49ขออัพย้อนหลังถึงวันที่ประทับใจอีกวันหนึ่งในชีวิตนะคะ
เนื่องจากวิชาคติชน เอกของเราต้องไปศึกษาที่ ต.ระหารน้อย อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ในวันนั้นจะแบ่งเป็นสามกลุ่มนะคะ กล่มเรามี 3 คน มีเรา พี่ตั้ม และน้องปุ๋ย ศึกษาเรื่องกัณฑ์เทศ หรือ การเทศน์มหาเวชสันดรชาดกค่ะ อีกสองกลุ่มจะศึกษาเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ และวิธีทำตาลค่ะ วันนั้นก็ออกจากทม.แต่เช้า เช้ามากๆค่ะ ไปรับน้องปุ๋บแถวๆบางแค แล้วก็ขับรถไปเพชรบุรีต่อเลย ไปรอรถตู้ที่พาเพื่อนๆมาจากทับแก้วอีกหนึ่งคัน และรออาจารย์สิริอาภาด้วย พอครบก็ไปที่บ้านกู้(กู้เป็นคนบ้านลาดพอดีค่ะ เลยมีที่พักนิดหน่อย)ไปจัดพุ่มกัณฑ์เทศกันก่อนค่ะ ก็ช่วยกันเสียบๆปักๆ แล้วก็ออกเดินทางไปฟังกัณฑ์เทศน์ที่วัดระหารน้อยค่ะ ไปถึงเขาก็เริ่มเทศน์กันแล้วล่ะค่ะ พวกเราก็ไปนั่งเด๋อๆด๋าๆค่ะ ตลกดี จนมาถึงกัณฑ์ของเราเป็นกัณฑ์ชูชก ซึ่งๆพี่ๆเขาก็แอบขำกันว่าใครเป็นคนเลือกกัณฑ์นี้เนี่ย เข้ากับหน้าตาเจ้าภาพซะจริง ซึ่งก็คือพวกเรานั่นเอง แป่ว...
จากในอัลบั้มที่เราลงภาพไว้ จะมีภาพที่เรากำลังจุดเทียนที่อ่างใบโตๆนะคะ นั่นก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของการกัณฑ์เทศน์นะคะ ที่จริงเขาจะจุดเทียนเท่ากับจำนวนกัณฑ์ที่เราเป็นเจ้าภาพค่ะ ของเรากัณฑ์ชูชกก็ 5 เล่มค่ะ แต่พอดีสังเกตจากกัณฑ์ก่อนหน้า พบว่าป้าๆเขาจุดกันทีเป็นสิบๆเล่มลอบอ่างเลยค่ะ เราก็เลยเข้าใจว่าให้จุดไปเรื่อยๆนะคะ ห้ามให้เทียนดับ จนตอนหลังไปสัมภาษณ์ผู้รู้ จึงพบว่าจุดให้สวยๆเท่านั้นเอง แป่วว... กัณฑ์ชูชกที่เราฟังนี่จะสนุกมากๆเลยค่ะ ไม่น่าเบื่อเลย เพราะหลวงพี่ที่เป็นผู้เทศน์ท่านเสียงดีมากๆค่ะ และมีมุขที่สร้างความครื้นเครงด้วย จึงทำให้เราตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ หลังจากกัณฑ์ชูชกจบ ก็ทยอยกันไปดูนั่นดูนี่ภายในบริเวณวัดค่ะ ทีมของเราก็ไปสัมภาษณ์ผู้รู้ทั้งหลายรวมถึงชาวบ้านที่มาร่วมฟังกัณฑ์เทศน์ด้วยค่ะ สักพักก็ลงไปทานอาหารกลางวันค่ะ อร่อยเด็ดมากค่ะ สุดยอดจริงๆ ทานไปสองจานเลย โฮ๊ะๆ
เสร็จจากวัดระหารน้อยก็ไปดูวิธีทำตาลค่ะ กลุ่มที่ศึกษาเรื่องนี้ก็อยู่คุยกับคุณลุงวิทยากรไปค่ะ กลุ่มเรากับกลุ่มพี่ฤทธิ์ไปดูเครื่องมือทำนา ทำสวนและอื่นๆกันต่อ ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นนะคะ เครื่องมือที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยก็เริ่มจะสูญหายไปจากชีวิตประจำวันค่ะ อย่างคุณลุงวิทยากรท่านนี่ โชคดีที่เก็บเครื่องมือต่างๆเอาไว้นะคะ ไม่อย่างนั้น พวกเราคงไม่ได้เห็นและศึกษากันแน่ๆค่ะ เพราะเครื่องมือบางอย่างหาดูไมได้แล้ว มีอันนึงเรียกว่า"เสือตบตูด" เป็นที่ดักหนูในนาข้าวค่ะ ใช้ภูมิปัญญาแท้ๆเลยค่ะ มีกลไกง่ายๆแต่ฉลาดนะคะ สุดยอดค่ะ เสียดายที่มันกำลังจะสูญหายไปแบบถาวรค่ะ
ออกจากบ้านลาด ก็ไปที่วัดเกาะในอ.เมืองเพชรบุรีต่อค่ะ ไปดูจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ค่ะ เพิ่งรู้ว่าเรามีเพื่อนที่มีความรู้ทางประวัติศสตร์และคติชนอย่างกู้ด้วยค่ะ ภูมิใจจริงๆเลยค่ะ เพราะกู้ก็สามารถอธิบายและวิเคราะห์จิตรกรรมที่ปรากฏบนปนังโบสถ์ได้อย่างดี คลี่คลายให้พวกเราเข้าใจค่ะ พอเข้าไปในศาลาวัด มีของเก่าๆมากมายค่ะ และแอบไปเปิดตู้เก็บใบลานที่ชาวบ้านสร้างถวายวัดค่ะ บางอันก็เป็นใบบลานแบบใหม่นะคะ คือพิมพ์ตัวอักษรลงไป แต่บางเล่มก็ใช้การจารตัวอักษรด้วยเหล็กปลายแหลม ซึ่งวิธีนี้จะเป็นงิธีแบบเก่าๆมากค่ะ และอีกอย่างคือใบลานจะมีการห่อด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่ง อาจจะกันมอดอ่ะค่ะ และผ้าที่ใช้ห่อนี่ก็สามารถบอกได้ถึงฐานะของผู้ที่นำสมุดใบลานมาถวายค่ะ คือถ้าเป็นคนที่มีฐานะหน่อยเนื้อผ้าก็ดีค่ะ อาจจะทอด้วยดิ้นทอง ดูวิรศมาหราค่ะ ถ้าชาวบ้านทั่วๆไปก็ใช้ผ้าธรรมดาๆค่ะ
สรุปว่าในวันนนั้น ได้ความรู้ และได้ข้อคิดอะไรหลายอย่างมากค่ะ สนุกมากจริงๆค่ะ การที่เราได้ร่วมเดินทางกับคนที่รู้ใจกัน และมีแนวคิดไปในทางเดียวกันอย่าง มันสนุกจริงๆค่ะ อภิปรายกันตลอดเส้นทาง ผิดๆถูกๆฮาก้ากๆ แต่มันก็สุดยอดจริงๆค่ะ
พานาโกลี่, 14 novembre งานรื่นเริง'49...เซ็งเป็ดวันนี้ 14 พ.ย.อีกแล้ว ไวมากๆเลยค่ะ เหมือนเพิ่งจะเอาเปลือกหอยติดกับชุดที่เราทำประกวดแฟนซีเมื่อเร็วๆนี้ เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงงานรื่นเริงอีกแล้ว แล้วอย่างนี้คนจะไม่แก่ขึ้นได้ยังไง (หมายถึงตัวเองค่ะ ไม่ได้ว่าใครเป็นพิเศษ อิอิ)
ปีนี้ตื่นเต้นจังเลยค่ะ เพราะส่งชุดประกวดแฟนซีอีกครั้ง ประเภทความคิดสร้างสรรค์เหมือนเดิม ซึ่งปีที่แล้วได้รับราลวัลชมเชยมาค่ะ ปีนี้ก็หวังจะแก้ตัวนะคะ ซึ่งยอมรับตรงๆเลยว่าหวังว่าจะต้องติด 1 ใน 3 แต่ว่า...ตกรอบ
ที่จริงจะไม่เสียใจมากเท่านี้เลย ถ้าชุดที่เข้าไปได้รับรางวัลชมเชยจะเข้าท่ากว่านี้ พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย เพราะมันไม่ได้เข้าตาเราเลย ไม่ได้รู้สึกว่าสร้างสรรค์มากขนาดจะได้รับรางวัลด้วยซ้ำไป เด่นระดับรางวัลที่ 1 หรือ 2 3 หรือชมเชย มันจะเห็นได้จากชุดอยู่แล้วนะคะ เด่นออกมาเองเลย โดยที่คนใส่แทบจะไม่ต้องพรีเซนต์
ตอนที่ประกาศรางวัลเหมือนจะหงุดหงิดงุ่นง่านไปพักนึงเลยค่ะ เพราะชุดที่ใครๆชมว่าดี ผลจะออกมาคือเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับสายตากรรมการจนหมดสิ้น ชุดที่คล้ายชุดเราทำส่งประกวดเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ได้ที่ 2 เชื่อเขาเลย แล้วปีที่แล้วเราได้ชมเชย เขาแค่เอาซังข้าวโพดมาทำเป็นดอกไม้ที่ชายกระโปรง ดอกเล็กๆ ซึ่งถ้าไม่บอกแทบจะไม่รู้เลยว่ามันคือเปลือกข้าวโพด แต่เขากลับได้รางวัลไปกิน เวรกรรม!!
เดินไปทางไหนถ้าเจอเด็กๆที่รู้จัก ทุกคนจะเข้ามาถามว่าทำไมชุดของห้องเราตกรอบ เราบอกว่าอย่ามาถามเรา ให้ไปถามกรรมการจะดีกว่า แล้วอย่าพูดต่อเลยค่ะ มันจี๊ดดดด
แต่ก็ช่างเถอะ...บ่นไปงั้นแหล่ะ เพราะยังไงกรรมการเขาก็คงมีกรรมวิธีตัดสินของเขาแหล่ะ จะเที่ยงตรงหรือเอนเอียง ก็สุดจะบรรยายได้ ยังไงก็ต้องยอมรับผลการตัดสินอยู่ดี แม้จะขัดใจเราอย่างมากมายก็ตาม วันนี้บอกตัวเองว่าปีหน้าตูจะไม่ส่งร่วมประกวดแมร่งแล้ว เหมือนส่งเข้าไปเป็นสีสันแบบขำขำ ถ้าคิดเล่นเส้นตูก็ไม่ส่งเข้าไปให้กรรมการมันเสียเวลาเอาลูกตามามองหรอก โกรธเว่ย
แต่สุดท้ายก็มานั่งคิดแล้วว่าปีหน้าตูจะทำไรให้เด่นกว่าปีนี้ดีวะ ตูจะเอาที่หนึ่ง
ปล.ชุดเราธรรมดาแล้วใช่มั้ย?...แต่ชุดที่มันได้รับรางวัลชมเชยเหนือคำบรรยายมากกว่าหลายเท่านัก ไม่ทราบว่าใช้สมองคิดแล้วเหรอเนี่ย (ไงล่ะ...ดิฉันร้ายมั้ย หึหึ)
17 septembre เหงา หรือ บ้า หรือ เครียดคืนนี้มันเงียบเหงาจริงๆ
อยากจะนอนก็นอนไม่หลับ เหมือนมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจ
ก็ลองนั่งประมวลเสาเหตุดูแล้ว จึงพบว่าการหงุดหงิดนี้อาจจะมาจากงานมากมายที่รอยู่
และรอให้เริ่มไปหยิบจับขึ้นมาทำให้สำเร็จไปซักงาน
ซึ่งก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ดี อาจจะเป็นก่อนส่งหนึ่งวันก็ได้
หรือบางทีอาจจะเป็นการประมวลแบบหลอกลวงตัวเอง
หมายถึงว่ามีเรื่องอะไรที่มันจี๊ดอยู่ในใจ แล้วไม่อยากบอกใคร
แต่จิตอีกฝ่ายก็อยากได้ที่ระบาย เลยมาโกหกว่าเครียดเรื่องงาน
คือมาระบายออกว่าเครียดอยู่นะเว่ย แต่ไม่ได้บอกความจริงว่าเครียดเรื่องอะไร
งงมั้ยคะ? อิอิ อย่าถือสาคนกำลังบ้าเลยค่ะ
ถ้าเรามีเนื้อร้าย เราก็ควรต้องตัดมันทิ้ง
สวัสดีค่ะ
พานาโกลี่,
1 juin สวัสดีค่ะปีใหม่ปีใหม่ของเราได้เริ่มขึ้นอีกแล้ว
ใช่ค่ะ...ถูกแล้วล่ะ วันที่ 1 มกราคมมันผ่านมานานหลายเดือนแล้ว จนเวลานี้ย่างเข้าสู่กลางปี 2549 แล้ว แต่ที่บอกว่าปีใหม่ของเราได้เริ่มขึ้นก็เนื่องมาจากปีการศึกษาใหม่ที่ได้เริ่มขึ้นแล้วนั่นเอง ปีนี้เป็นปีที่รู้สึกเบื่อกับการทำงานมาก อันมีสาเหตุหลายประการที่มันบั่นทอนจิตใจ ให้ต้องรู้สึกเครียดและกังวลใจอยู่ตลอด ซึ่งตัวเราก็เข้าใจดีว่า บางครั้งอะไรที่มันไม่โอเค ก็อย่าเอามาใส่ใจกับชีวิตให้มากเกินไป ปล่อยๆมันไปบ้างจะได้มีความสุข คิดได้อย่างนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นเป็นวูบๆ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็เครียดอีกแล้ว แต่ก็เอาเถอะ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่คิดมากเหมือนที่ผ่านมา และถ้าพบก้อนเนื้อร้ายก็ต้องติดทิ้งซะก่อนด้วย หึหึ
ปีใหม่นี้ได้ข่าวดีหลายๆอย่าง เรื่องที่เป็นข่าวดีที่สุดก็เรื่องเรียน แต่ก็แอบเป็นปัญหาหนักอกนิดนึง (ไม่ใช่อกใหญ่) เช่น เรื่องจะเดินทางไปเรียนยังไง ก็วันศุกร์ติดภาระกิจที่โรงเรียน งานจะเสร็จเวลา 5 โมงเย็น แต่เริ่มเรียนเวลา 5 โมงเย็น…โอ๊ววว เอาไงกับชีวิตดีเนี่ยยย แล้วจะยังมีเรื่องนั้นเรื่องนี้อีก สารพัดจะเป็นปัญหา แต่ก็เออ…ปัญหามีไว้แก้ สรุปว่า…แล้วหนูจะเครียดทำไม(วะ)
เรื่องสุดท้าย…ความรักอยู่ได้ด้วยการเชื่อใจ ถ้าความรักไม่รู้สึกถึงการวางใจ จะมีไว้ทำไมน่ะฮึความรัก
ไปแล้วค่ะ จะต้องไปปฐมนิเทศที่มหาวิทยาลัยแล้ว หนทางยังอีกยาวไกลนัก สวัสดีค่ะ : )
19 février บ่นช่วงเวลาดีๆ มักไม่อยู่กับเรานาน
เหมือนกับการถูกรางวัลที่หนึ่ง มันไม่ใช่จะถูกกันง่ายๆ
: )
เท่านี้แหล่ะ
รักคนอ่านจังเลยค่ะ
พานาโกลี่,
ปล.ง่วงนอนจังเลยค่ะ
ปล.2 ดูแลตัวเองดีๆ อย่ากินหมาให้มากนักล่ะ
ปล.3 ตอบได้ยังว่า Operator Nurse Teacher จะเลือกอะไร
ปล.4 ช่วงนี้มันมีเวลาเซ็งมากกว่าเวลาสุขใจอีก
ปล.5 หมดแล้วค่ะ
7 février Panda~*
สวัดีค่ะ ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนอีกแล้วนะคะ ตอนเช้าๆมันก็เย็นๆสบายๆดีหรอกนะคะ แต่พอเที่ยงไปแล้วก็ร้อนมากๆ ไม่ค่อยชอบอากาศร้อนๆเลยค่ะ แต่ก็ยังดีกว่าฝนตกนะคะ ฝนตกแล้วจะเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำงานแบบลำบากมากๆเลย ดีอย่างเดียวที่มันอากาศเย็น สรุป ชอบหน้าหนาว ซึ่งจะมีเป็นระยะเวลาอันสั้นของประเทศไทยที่สุดค่ะ งิงิ เข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ วันนี้เกิดอยากเขียนอะไรขึ้นก็เพราะว่า มีแรงบันดาลใจจากน้องหมาในภาพนี้ค่ะ ชื่อ แพนด้า นะคะ ตัวเมียค่ะ ลูกสาวเราเอง เพิ่งมาอยู่ด้วยกันไม่กี่วันเองนะคะ แพนด้าก็จะขี้อ้อนมากๆ เป็นไปตามสายพันธ์ของมันค่ะ ตอนแรกที่แม่เห็นแม่ก็ว่าใหญ่เลยค่ะ ไม่อยากให้เลี้ยงนะคะ เพราะการเลี้ยงสุนัขคืออย่างนึงมันจะเป็นภาระที่เราต้องเลี้ยงดูมันตลอดไป แม่เลยไม่อยากให้เลี้ยงค่ะ และแม่ก็กลัวว่าบ้านจะเลอะเทอะด้วย แต่พอแม่เขาเห็นเจ้าแพนด้า เดินเล่นไปเล่นมา แล้วมันเดินเข้าไปหาแม่ จะนอนตัก ไม่นานแม่เขาก็ใจอ่อนค่ะ อย่างวันเสาร์เราออกไปสอนพิเศษ พ่อก็จะไปส่งเราให้ แม่เขาก็ไปด้วย พอจะเดินออกจากบ้าน แม่ก็ถามว่าไม่เอาแพนด้าไปเหรอ สรุปเลยเอาแพนด้าไปด้วย แล้วแม่ก็อุ้มแพนด้าไว้ตลอดเลยค่ะ อิอิ คุณยายก็รักหลานในที่สุดค่ะ ระหว่างนี้เราไปทำงาน เราก็คอยคิดถึงแต่แพนด้าค่ะ มันยังเล็กมากนะคะ เราก็ปล่อยมันไว้ที่บ้านคนเดียวแล้ว เป็นห่วงมันเหมือนกันค่ะ กลัวว่ามันจะเหงา นี่ถ้ามันพูดภาษาคนได้ เราคงจะคอยโทร.มาคุยกับมันตลอดที่ไม่มีชั่วโมงสอนค่ะ อิอิ ตั้งแต่แพนด้ามาอยู่ด้วย เราก็เอาแพนด้าเข้ามานอนในห้องหลายคืนแล้วนะคะ แต่พอดีไปอ่านหนังสือพบว่าถ้าเราใจอ่อนเอาน้องหมาเด็กเข้าไปนอนในห้อง ต่อไปถ้ามันโตแล้ว มันจะไม่ยอมนอนข้างล่างเลย แล้วมันจะร้องตลอดเวลาเพื่อจะได้เข้าไปนอนในห้องนอนอีก คืนนี้เราก็เลยเอามันลงไปนอนข้างล่างแล้วค่ะ เพราะกลัวว่าเกิดเรามีธุระไปต่างจังหวัด ไม่ได้นอนที่บ้าน แพนด้าก็จะได้นอนข้างล่างได้ นี่ก็นั่งทำใจแข็งอยู่ค่ะ (-_-! ) เดี๋ยวแพนด้าโตเป็นสาวแล้วจะเอามาโชว์อีกทีนะคะ ประมาณว่าขนยาวสลวยเป็นที่หมายปองของสุนัขหนุ่มแถวๆบ้านอ่ะค่ะ ฮ่าๆๆ ไปนอนแล้วค่ะ
24 décembre เทศกาลผ่านมาช่วงนี้อากาศหนาวๆเย็นๆลมพัดมาแต่ละทีก็หนาวสั่นงั่กๆเลยแต่ก็ยังดีกว่าอากาศร้อนที่จะรู้สึกอึดอัดตัวอะไรแบบเนี๊ยค่ะ ^ ^
หน้าหนาวทีไรก็มักจะพาเทศกาลที่ชวนให้อากาศหนาวๆดูอบอุ่นและมีสีนมากขึ้น อย่างเทศกาล Christmas หรือการเฉลิมฉลองต้องรับปีใหม่ ปีนี้ไม่ได้ออกไปชื่นชมแสงไฟที่สถานที่ต่างๆจัดขึ้นเลยค่ะ เพราะได้แต่ผลัดวันไปเรื่อย ก็บอกตัวเองว่าจะๆๆ... สุดท้ายก็นอนผึ่งพุงอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม
ช่วงนี้ที่จ.อยุธยาก็จะมีงานมรดกโลกอยู่ จำได้ว่าครั้งแรกที่ไปก็ไม่ได้เข้าไปในงาน เพราะตอนนั้นงานเลิกไปแล้ว ก็ตั้งใจว่าอีกปีถัดไปจะต้องไปให้ได้เลย พอมาถึงธันวาคมปีถัดก็ได้ไปจริงๆค่ะ ไปกับ"นายอดีต" ไปทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดและเดินชื่นชมคุ้มขุนแผนอยู่นิดนึงเสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปดูข้างบนเรือนไทยนะคะ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปอีกครั้งหรือเปล่าค่ะ แต่ถ้าได้ไปก็อยากไปกับนายอดีตค่ะ แต่ถึงตอนนั้นไม่อยากให้เขาชื่อ"นายอดีต"แล้วล่ะค่ะ อยากให้เขาใช้ชื่อ"นายอนาคตของเรา" คงเจ๋งดีค่ะ
เมื่อวันที่ 22 ไปถ่ายรูปกับ Santa Clausมาด้วยค่ะตอนแรกว่าจะไม่ถ่ายแล้วนะคะ เพราะหนีโรงเรียนออกมาจะต้องรีบกลับ (อย่าฟ้องอาจารย์ใหญ่นะคะ อิอิ) Santa Claus นี่มาไกลจากประเทศ Finland เชียวค่ะ ยังแอบคุยกับพี่ที่ไปด้วยกันว่า กลัวจะเป็น ซานต้าจากตรอกข้าวสารบ้านเรานี่เอง ฮ่าๆๆ แต่รูปขอไม่เอามาโชว์นะคะ เพราะหน้ากำลังมันได้ที่ค่ะ (เงาแว๊บบบ!!!) รู้งี้โบ๊ะก่อนก็คงดี (-*-)
ได้ฟังเพลงบรรเลงเปียโนที่เอามาลงไว้มั้ยคะ? ถ้าได้ฟังแล้วคุณคิดว่าทำนองมันเหมาะกับการเฉลิมฉลองหรือเข้าช่วงเทศกาลในช่วงนี้บ้างมั้ยคะ ^ ^ เราชอบมากๆเลยค่ะ สมกับชื่อเพลงนะคะ เทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงนี้ ทำให้จิตใจเบิกบานมากๆเลย ทุกคนเองสดชื่นกันถ้วนหน้า ^ ^ เป็นเรื่องที่ดีนะคะ
วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ Merry X'mas นะคะ (เป็นชาวพุทธนะคะ แต่แอบตามกระแสนิดนึง อิอิ)
|
||||
|
|